วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เป็นโบราณสถานที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า มีอายุเก่าแก่ที่สุดในสุพรรณบุรี สันนิษฐานว่ามีอายุกกว่าพันปี พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือ ปูน สูง ๒๓.๔๘ เมตร ศิลปสมัยอู่ทอง มีร่องรอยการซ่อมแซมองค์พระหลายครั้งตามยุคสมัย ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโต วัดป่าฯ”เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

(ที่มา: http://www.watpasuphan.org/)



วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ภายหลัง พ.ศ. 1724 ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย

(ที่มา: http://thai.tourismthailand.org/attraction/suphanburi-72-2716-1.html)


จิตกรรมฝาผนัง วิจิตรตระการตามากๆ ...



ช้อปๆๆๆๆ ของฝากเมืองสุพรรณฯ ::

ริมกำแพงวัดฯ ติดกับประตูทางเข้า-ออก จะมีร้านค้าเล็กๆ เรียงรายกันอยู่มากมาย ... สินค้าของฝากเมืองสุพรรณฯ นักช้อปไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง


การเดินทาง:
เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 340 ... จากถนงามวงศ์วานมุ่งหน้าไปทางแคราย ขับตามป้าย "สุพรรณบุรี" ผ่านแยกบางใหญ่ ... ผ่าน อำเภอบางปลาม้า เข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณ จะสังเกตเห็น "ร้านสาลีเอกชัย" อยู่ด้านขวา (ทางกลับเข้ากรุงเทพฯ) ... ขับรถไปตามทางที่บอกว่าไป "หอคอยบรรหาร" ซึ่งจะมีป้ายบอกทางแยกออกไปทางซ้าย ... จากนั้น จะเห็นป้ายบอกทางไป "วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร" ขับตามป้ายนี้ไปเลย ไม่หลงแน่นอน


ถ่ายภาพ - เล่าเรื่อง โดย: ครูเจี๊ยบ
[10 กันยายน 2552]

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

พระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม

พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นและที่สำคัญยิ่งก็คือการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวาราวดี รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร

(ที่มา: http://thai.tourismthailand.org/attraction/mahasarakham-44-175-1.html)














สาวๆ แวะอุดหนุนสินค้าจากชุมชน ... กระเป๋าสะพายเก๋ไก๋ ฝีมือชาวบ้าน ราคาถูกแสนถูก คุณภาพสินค้าส่งออกเลยก็ว่าได้


วิมานเมฆ ... บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ


วิมาณเมฆ รีสอร์ท แห่งนี้ อยู่ห่างจาก "พระธาตุนาดูน" เพียง 10 กิโลเมตร ... ออกจากรีสอร์ท เลี้ยวซ้าย ขับรถไปประมาณ 5 กิโลเมตร พอถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้าย (มีป้ายบอกไปพระธาตุนาดูน) ขับไปอีกประมาณ 5 กม. ก็ถึงแล้วล่ะ


บ้านพักราคาประหยัดสำหรับนักเดินทาง ... 350 บาท / คืน เป็นบ้านพักสร้างด้วยปีกไม้ธรรมชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน แอร์เย็นฉ่ำ ... ห้องอาบน้ำก็มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วยนะ ... และที่สำคัญ เป็นรีสอร์ทไฮเทค เพราะว่ามีบริการฟรี Internet Wi-fi ซะด้วย ขอบอก ... เจ้าของก็ใจดีมากๆ



ถ่ายภาพและเล่าเรื่องโดย : ครูเจี๊ยบ
(22 - 23 สิงหาคม 2552)

บ้านท่าดินแดง จ.พังงา

อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ "ครูเจี๊ยบ" มีโอกาสได้เดินทางไปปฏิบัติภาระกิจ บรรยายเรื่องการจัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ ระหว่างวันที่ 29 - 31 กรกฎาคม 2552 การไปทำงานในครั้งนี้ ทีมงานของเราไม่ได้นั่งรถตู้ไป
เหมือนทริปอื่นๆ เนื่องจากทริปนี้เราต้องทำงาน 2 จังหวัดด้วยกันคือ พังงา - ภูเก็ต ... เราจึงตัดสินใจนั่งเครื่องบินการบินไทยไปลงที่จังหวัดภูเก็ต และเช่ารถตู้ที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อเป็นพาหนะพาเราไปไหนมาไหนระหว่างการปฏิบัติงาน ...วันแรกที่เราเดินทางไปถึง ก็ได้มีโอกาสไปเยียมเยียน "บ้านท่าดินแดง" หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิ

... ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้พวกเราฟังว่า บ้านท่าดินแดงตั้งอยู่ในตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มีครัวเรือนอยู่ในท้องที่ 120 ครัวเรือน มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 430 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ติดกับทะเลป่าชายเลน มีป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีลักษณะพื้นที่เป็นแหลมยื่นลงไปในทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในบริเวณชายฝั่งคลองป่าชายเลน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และในปี พ.ศ.2547 ได้เกิดภัยพิบัติสึนามิในพื้นที่ติดทะเลทางภาคใต้ของประเทศไทย ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนบ้านท่าดินแดง โดยเกิดน้ำท่วมสูงทั่วหมู่บ้าน และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนถูกทำลายไปจนหมด ทำให้ชาวบ้านท่าดินแดงต้องร่วมกันฟื้นฟูอาชีพและสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งชุมชนหนึ่งที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาหมู่บ้านในโครงการต่างๆ เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในด้านการประกอบอาชีพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างแท้จริง ตามแนวคิดที่ว่า “ท่าดินแดง แหล่งทรายสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากยาเสพติด เศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงหอยแมลงภู่ เชิดชูการท่องเที่ยว”
(ที่มา: http://copphangnga02.tkc.go.th/)


กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ::








ริมสองข้างทาง ... เข้าหมู่บ้าน ::



ท้ายเหมือง รีสอร์ท ::


ทีมงานของพวกเรา ... พักค้างแรมกันที่ "ท้ายเหมือง รีสอร์ท" บ้านพักอยู่ห่างจากทะเลไม่มาก บรรยากาศดี สงบ ตื่นเช้ามา ระหว่างรอพลพรรค เดินสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทะเล แสงอาทิตย์ยามเช้า สดชื่นจริงๆ

ทะเลท้ายเหมือง .. ยามเช้า


ธรรมชาติ ยามเช้า ณ บ้านท้ายเหมือง ... เงียบสงบ เช้าๆ จะมีคนมาออกกำลังกาย วิ่งเยาะๆ ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ริมทะเล ... แต่ช่วงที่ผ่านป้าย "พื้นที่เสี่ยงคลื่นยักษ์ TSUNAMI HAZARD ZONE" เนี่ยนะ ... ทำให้เสียวไส้เหมือนกัน



... ปากทางเข้าที่พัก มีร้านอาหารชื่อ "บินหลา" อาหารอร่อยมากๆๆๆๆๆ หากใครมีโอกาสได้มาเที่ยวทะเลแถวท้ายเหมืองนี้ อย่าลืมแวะมาชิมอาหารร้านนี้ด้วยนะ

กาแฟ... ปาท่องโก๋ ::


... เช้าๆ ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปในเมือง อย่าลืมมองหาร้านกาแฟ ปาท่องโก๋ ...


ถ่ายภาพ และเล่าเรื่องโดย : ครูเจี๊ยบ
(29 - 31 กรกฎาคม 2552)

บ้านเหนือรุ่งอรุณ จ.พิษณุโลก

ปี 2552 นี้ เป็นปีที่ "ชีพจรลงเท้า" ครูเจี๊ยบมากๆ เลยนะเนี่ย ... กลับจากการไปบรรยายเรื่องชุมชนนักปฏิบัติที่จังหวัดมหาสารคาม (17 - 19 มิถุนายน 52) กลับถึง กทม. ก็ดึกดื่นเที่ยงคืนวันที่ 19 มิ.ย. พักผ่อนได้ 2-3 วัน พอถึงวันที่ 23 มิ.ย. ต้องออกเดินทางต่อเพื่อไปบรรยายเรื่องเดียวกันนี้ในช่วงวันที่ 24 - 26 มิถุนายน 52 ที่ จังหวัดพิษณุโลก เมืองสองแคว .... คราวนี้ มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียน "บ้านเหนือรุ่งอรุณ" หมู่ 12 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หนึ่งในสาม "ชุมชนนักปฏิบัติ" ที่ทีมงานของเราเดินทางไปสอนวิธีการจัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)

... ผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า บ้านเหนือรุ่งอรุณ เป็นหมู่บ้านที่แยกจากหมู่ที่ 1 บ้านเด่นโบสถ์ ตำบลบ้านกร่าง เมื่อ วันที่ 15 สิงหาคม 2546 โดยการนำของ คณะกรรมการหมู่บ้านและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง มีผู้ใหญ่บ้านคนแรกและปัจจุบัน คือ ผู้ใหญ่สมหวัง น่วมมี วิสัยทัศน์ ผู้นำเข้มแข็ง ประชาชนร่วมใจ หมู่บ้านปลอดอบายมุข ดำรงชีวิตตามแนวคิคเศรษฐกิจพอเพียง มีจำนวน 172 หลังคาเรือน จำนวน ประชากร 499 คน ชาย 245 คน หญิง 254 คน

โครงการแปรรูปข้าวกล้องในชุมชน ::


โครงการแปรรูปข้าวกล้องในชุมชน เป็นโครงการที่ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว โดยที่ทางราชการได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคข้าวกล้องเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ซึ่งชาวบ้านในชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพทางโรงพยาบาลพุทธชินราชได้มาตรวจสุขภาพทำให้ทราบว่าชาวบ้านในชุมชนป่วยเป็นเบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง กันมาก จึงหาวิธีแก้ไขปัญหาเพื่อให้สุขภาพของชาวบ้านในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้นนอกเหนือไปจากการใช้ยารักษาเพียงอย่างเดียว จึงได้มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาบริโภคข้าวกล้องแทนข้าวขาว เพราะข้าวกล้องมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า และชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้วยการปลูกข้าวอยู่แล้วจึงสามารถหาข้าวกล้องมาบริโภคได้ง่าย
(ที่มา: http://copphitsanulok03.tkc.go.th/)



คุณยาย ... นั่งคัดเศษผงที่ปนเปื้อนอยู่ในข้าวที่ลงมาจากเครื่องสีข้าว เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ กลัวคุณยายเหมื่อยอ่ะ เห็นนั่งแบบนี้ ท่าเดียวแบบนี้เลย นานมากๆ พวกเราเดินไปเยี่ยมชมอะไร ต่อมิอะไรมาแล้วมากมาย ... เดินกลับมาตรงนี้ ก็ยังคงเห็นคุณยายนั่งอยู่ที่เดิม ... ท่าเดิมนี่แหล่ะ

หอกระจายข่าว ::

หอกระจายข่าว ... ผู้ใหญ่บ้าน พาเราเข้าไปชมโต๊ะทำงานสำหรับกระจายข่าวผ่านเสียงตามสาย ... ไม่บอกไม่รู้เลยนะผู้ใหญ่ว่าหอกระจายข่าวของ "บ้านเหนือรุ่งอรุณ" เนี่ย อยู่ใต้ยุ้งข้าวนี่เอง ... ผู้ใหญ่พาเดินแหวกโน้นแหวกนี่ เราก็จะพบกับตู้เครื่องเสียง และไมโครโฟน อย่างที่เห็นนี่แหล่ะ ...

สุ่มไก่ ... พิษณุโลก

สุ่มไก่ ...ฝีมือเนียบมากๆ เห็นว่า สุ่มไก่ที่เราเห็นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยนะเนี่ย แต่จับความไม่ทันว่าได้รางวัลชนะเลิศจากงานอะไร ขออภัยอ่ะ! แต่สวยมากจริงๆ

กล้วยไม้ป่าพันธุ์ช้างกระ ::




คุณยาย ... เจ้าของบ้านที่ปลูกกล้วยไม้ป่าพันธุ์ช้างกระ คุณยายเป็นคนน่ารักมากๆ พวกเราก็ไปนั่งคุยกับคุณยาย ... คุณยายสาธิตวิธีการตำหมากให้พวกเราดู ตำหมากเสร็จ แถมด้วยการกรอกหมากเข้าปาก เคี้ยวให้ดูซะด้วย อิอิอิ


ถ่ายภาพและเล่าเรื่องโดย: ครูเจี๊ยบ

(วันที่ 24 - 26 มิถุนายน 2552)