วันเสาร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2552

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร จ.สุพรรณบุรี

วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร เป็นโบราณสถานที่ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ว่า มีอายุเก่าแก่ที่สุดในสุพรรณบุรี สันนิษฐานว่ามีอายุกกว่าพันปี พระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปก่ออิฐถือ ปูน สูง ๒๓.๔๘ เมตร ศิลปสมัยอู่ทอง มีร่องรอยการซ่อมแซมองค์พระหลายครั้งตามยุคสมัย ชาวบ้านเรียกว่า “หลวงพ่อโต วัดป่าฯ”เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง

(ที่มา: http://www.watpasuphan.org/)



วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตั้งอยู่ที่ริมถนนมาลัยแมน ตำบลรั้วใหญ่ ทางฝั่งตะวันตกของแม่น้ำสุพรรณบุรี เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่หน้าบันของวิหารวัดป่าเลไลยก์มีเครื่องหมายพระมหามกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ บอกให้ทราบว่าพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จธุดงค์มาพบสมัยยังทรงผนวชอยู่ เมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้วจึงทรงมาปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างในสมัยที่เมืองสุพรรณบุรีรุ่งเรือง ในพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแตทรงให้มอญน้อยมาบูรณะวัดป่าเลไลยก์ภายหลัง พ.ศ. 1724 ที่วัดแห่งนี้ประชาชนนิยมมานมัสการ “หลวงพ่อโต” ซึ่งประดิษฐานอยู่ในวิหารสูงเด่นเห็นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปางป่าเลไลยก์ ศิลปะสมัยอู่ทองสุพรรณภูมิมีลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุ พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุอีกข้างหนึ่งในท่าทรงรับของถวาย

(ที่มา: http://thai.tourismthailand.org/attraction/suphanburi-72-2716-1.html)


จิตกรรมฝาผนัง วิจิตรตระการตามากๆ ...



ช้อปๆๆๆๆ ของฝากเมืองสุพรรณฯ ::

ริมกำแพงวัดฯ ติดกับประตูทางเข้า-ออก จะมีร้านค้าเล็กๆ เรียงรายกันอยู่มากมาย ... สินค้าของฝากเมืองสุพรรณฯ นักช้อปไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง


การเดินทาง:
เดินทางไปตามทางหลวงหมายเลข 340 ... จากถนงามวงศ์วานมุ่งหน้าไปทางแคราย ขับตามป้าย "สุพรรณบุรี" ผ่านแยกบางใหญ่ ... ผ่าน อำเภอบางปลาม้า เข้าสู่ตัวเมืองสุพรรณ จะสังเกตเห็น "ร้านสาลีเอกชัย" อยู่ด้านขวา (ทางกลับเข้ากรุงเทพฯ) ... ขับรถไปตามทางที่บอกว่าไป "หอคอยบรรหาร" ซึ่งจะมีป้ายบอกทางแยกออกไปทางซ้าย ... จากนั้น จะเห็นป้ายบอกทางไป "วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร" ขับตามป้ายนี้ไปเลย ไม่หลงแน่นอน


ถ่ายภาพ - เล่าเรื่อง โดย: ครูเจี๊ยบ
[10 กันยายน 2552]

วันอังคารที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2552

พระธาตุนาดูน จ.มหาสารคาม

พุทธมณฑลแห่งอีสาน ตั้งอยู่ที่บ้านนาดูน เขตอำเภอนาดูน เป็นเขตที่มีการขุดพบหลักฐานทางประวัติศาสตร์ โบราณคดีที่แสดงถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต เพราะบริเวณนี้ได้เคยเป็นที่ตั้งของนครจำปาศรีมาก่อน โบราณวัตถุต่างๆ ที่ค้นพบได้นำไปแสดงไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติจังหวัดขอนแก่นและที่สำคัญยิ่งก็คือการขุดพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุบรรจุในตลับทองคำ เงิน และสำริด ซึ่งสันนิษฐานว่ามีอายุอยู่ในพุทธศตวรรษที่ 13-15 สมัยทวาราวดี รัฐบาลจึงอนุมัติให้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุนาดูนขึ้นในเนื้อที่ 902 ไร่ โดยบริเวณรอบๆ จะมีพิพิธภัณฑ์ทางศาสนาและวัฒนธรรม สวนรุกขชาติ สวนสมุนไพร ซึ่งตกแต่งให้เป็นสถานที่สำคัญทางพุทธศาสนา การเดินทางจากตัวเมืองมหาสารคาม โดยใช้เส้นทางหมายเลข 2040 ผ่านอำเภอแกดำ อำเภอวาปีปทุม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 2045 ถึงอำเภอนาดูน ทางลาดยางตลอด ห่างจากตัวเมืองประมาณ 65 กิโลเมตร

(ที่มา: http://thai.tourismthailand.org/attraction/mahasarakham-44-175-1.html)














สาวๆ แวะอุดหนุนสินค้าจากชุมชน ... กระเป๋าสะพายเก๋ไก๋ ฝีมือชาวบ้าน ราคาถูกแสนถูก คุณภาพสินค้าส่งออกเลยก็ว่าได้


วิมานเมฆ ... บ้านพักท่ามกลางธรรมชาติ


วิมาณเมฆ รีสอร์ท แห่งนี้ อยู่ห่างจาก "พระธาตุนาดูน" เพียง 10 กิโลเมตร ... ออกจากรีสอร์ท เลี้ยวซ้าย ขับรถไปประมาณ 5 กิโลเมตร พอถึงทางแยกให้เลี้ยวซ้าย (มีป้ายบอกไปพระธาตุนาดูน) ขับไปอีกประมาณ 5 กม. ก็ถึงแล้วล่ะ


บ้านพักราคาประหยัดสำหรับนักเดินทาง ... 350 บาท / คืน เป็นบ้านพักสร้างด้วยปีกไม้ธรรมชาติ สิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน แอร์เย็นฉ่ำ ... ห้องอาบน้ำก็มีเครื่องทำน้ำอุ่นด้วยนะ ... และที่สำคัญ เป็นรีสอร์ทไฮเทค เพราะว่ามีบริการฟรี Internet Wi-fi ซะด้วย ขอบอก ... เจ้าของก็ใจดีมากๆ



ถ่ายภาพและเล่าเรื่องโดย : ครูเจี๊ยบ
(22 - 23 สิงหาคม 2552)

บ้านท่าดินแดง จ.พังงา

อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่ "ครูเจี๊ยบ" มีโอกาสได้เดินทางไปปฏิบัติภาระกิจ บรรยายเรื่องการจัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ ระหว่างวันที่ 29 - 31 กรกฎาคม 2552 การไปทำงานในครั้งนี้ ทีมงานของเราไม่ได้นั่งรถตู้ไป
เหมือนทริปอื่นๆ เนื่องจากทริปนี้เราต้องทำงาน 2 จังหวัดด้วยกันคือ พังงา - ภูเก็ต ... เราจึงตัดสินใจนั่งเครื่องบินการบินไทยไปลงที่จังหวัดภูเก็ต และเช่ารถตู้ที่จังหวัดภูเก็ตเพื่อเป็นพาหนะพาเราไปไหนมาไหนระหว่างการปฏิบัติงาน ...วันแรกที่เราเดินทางไปถึง ก็ได้มีโอกาสไปเยียมเยียน "บ้านท่าดินแดง" หมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติสึนามิ

... ผู้ใหญ่บ้านเล่าให้พวกเราฟังว่า บ้านท่าดินแดงตั้งอยู่ในตำบลลำแก่น อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา มีครัวเรือนอยู่ในท้องที่ 120 ครัวเรือน มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 430 คน พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านเป็นพื้นที่ติดกับทะเลป่าชายเลน มีป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งมีลักษณะพื้นที่เป็นแหลมยื่นลงไปในทะเล ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงตั้งบ้านเรือนที่อยู่อาศัยในบริเวณชายฝั่งคลองป่าชายเลน ซึ่งมีความเสี่ยงต่อภัยธรรมชาติ และในปี พ.ศ.2547 ได้เกิดภัยพิบัติสึนามิในพื้นที่ติดทะเลทางภาคใต้ของประเทศไทย ทำให้เกิดความเสียหายแก่ชุมชนบ้านท่าดินแดง โดยเกิดน้ำท่วมสูงทั่วหมู่บ้าน และทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนถูกทำลายไปจนหมด ทำให้ชาวบ้านท่าดินแดงต้องร่วมกันฟื้นฟูอาชีพและสภาพแวดล้อมของหมู่บ้านด้วยความร่วมมือร่วมใจของชาวบ้าน ซึ่งได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี เกิดเป็นชุมชนเข้มแข็งชุมชนหนึ่งที่มีหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้ความช่วยเหลือในการพัฒนาหมู่บ้านในโครงการต่างๆ เป็นอย่างดี ก่อให้เกิดผลประโยชน์ในด้านการประกอบอาชีพและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมของชุมชนอย่างแท้จริง ตามแนวคิดที่ว่า “ท่าดินแดง แหล่งทรายสวย รวยธรรมชาติ ปราศจากยาเสพติด เศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงหอยแมลงภู่ เชิดชูการท่องเที่ยว”
(ที่มา: http://copphangnga02.tkc.go.th/)


กิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ::








ริมสองข้างทาง ... เข้าหมู่บ้าน ::



ท้ายเหมือง รีสอร์ท ::


ทีมงานของพวกเรา ... พักค้างแรมกันที่ "ท้ายเหมือง รีสอร์ท" บ้านพักอยู่ห่างจากทะเลไม่มาก บรรยากาศดี สงบ ตื่นเช้ามา ระหว่างรอพลพรรค เดินสูดอากาศบริสุทธิ์ ชมวิวทะเล แสงอาทิตย์ยามเช้า สดชื่นจริงๆ

ทะเลท้ายเหมือง .. ยามเช้า


ธรรมชาติ ยามเช้า ณ บ้านท้ายเหมือง ... เงียบสงบ เช้าๆ จะมีคนมาออกกำลังกาย วิ่งเยาะๆ ยืนสูดอากาศบริสุทธิ์ริมทะเล ... แต่ช่วงที่ผ่านป้าย "พื้นที่เสี่ยงคลื่นยักษ์ TSUNAMI HAZARD ZONE" เนี่ยนะ ... ทำให้เสียวไส้เหมือนกัน



... ปากทางเข้าที่พัก มีร้านอาหารชื่อ "บินหลา" อาหารอร่อยมากๆๆๆๆๆ หากใครมีโอกาสได้มาเที่ยวทะเลแถวท้ายเหมืองนี้ อย่าลืมแวะมาชิมอาหารร้านนี้ด้วยนะ

กาแฟ... ปาท่องโก๋ ::


... เช้าๆ ถ้ามีโอกาสได้เข้าไปในเมือง อย่าลืมมองหาร้านกาแฟ ปาท่องโก๋ ...


ถ่ายภาพ และเล่าเรื่องโดย : ครูเจี๊ยบ
(29 - 31 กรกฎาคม 2552)

บ้านเหนือรุ่งอรุณ จ.พิษณุโลก

ปี 2552 นี้ เป็นปีที่ "ชีพจรลงเท้า" ครูเจี๊ยบมากๆ เลยนะเนี่ย ... กลับจากการไปบรรยายเรื่องชุมชนนักปฏิบัติที่จังหวัดมหาสารคาม (17 - 19 มิถุนายน 52) กลับถึง กทม. ก็ดึกดื่นเที่ยงคืนวันที่ 19 มิ.ย. พักผ่อนได้ 2-3 วัน พอถึงวันที่ 23 มิ.ย. ต้องออกเดินทางต่อเพื่อไปบรรยายเรื่องเดียวกันนี้ในช่วงวันที่ 24 - 26 มิถุนายน 52 ที่ จังหวัดพิษณุโลก เมืองสองแคว .... คราวนี้ มีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียน "บ้านเหนือรุ่งอรุณ" หมู่ 12 ตำบลบ้านกร่าง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก หนึ่งในสาม "ชุมชนนักปฏิบัติ" ที่ทีมงานของเราเดินทางไปสอนวิธีการจัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ (CoP)

... ผู้ใหญ่บ้านเล่าว่า บ้านเหนือรุ่งอรุณ เป็นหมู่บ้านที่แยกจากหมู่ที่ 1 บ้านเด่นโบสถ์ ตำบลบ้านกร่าง เมื่อ วันที่ 15 สิงหาคม 2546 โดยการนำของ คณะกรรมการหมู่บ้านและสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านกร่าง มีผู้ใหญ่บ้านคนแรกและปัจจุบัน คือ ผู้ใหญ่สมหวัง น่วมมี วิสัยทัศน์ ผู้นำเข้มแข็ง ประชาชนร่วมใจ หมู่บ้านปลอดอบายมุข ดำรงชีวิตตามแนวคิคเศรษฐกิจพอเพียง มีจำนวน 172 หลังคาเรือน จำนวน ประชากร 499 คน ชาย 245 คน หญิง 254 คน

โครงการแปรรูปข้าวกล้องในชุมชน ::


โครงการแปรรูปข้าวกล้องในชุมชน เป็นโครงการที่ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 ปีแล้ว โดยที่ทางราชการได้มีการส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชนบริโภคข้าวกล้องเพื่อให้ประชาชนมีสุขภาพดี ซึ่งชาวบ้านในชุมชนได้ตระหนักถึงความสำคัญเนื่องมาจากปัญหาสุขภาพทางโรงพยาบาลพุทธชินราชได้มาตรวจสุขภาพทำให้ทราบว่าชาวบ้านในชุมชนป่วยเป็นเบาหวาน ไขมันในเส้นเลือดสูง ความดันโลหิตสูง กันมาก จึงหาวิธีแก้ไขปัญหาเพื่อให้สุขภาพของชาวบ้านในชุมชนมีสุขภาพที่ดีขึ้นนอกเหนือไปจากการใช้ยารักษาเพียงอย่างเดียว จึงได้มีการส่งเสริมให้ชาวบ้านหันมาบริโภคข้าวกล้องแทนข้าวขาว เพราะข้าวกล้องมีสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า และชาวบ้านที่นี่ส่วนใหญ่จะประกอบอาชีพด้วยการปลูกข้าวอยู่แล้วจึงสามารถหาข้าวกล้องมาบริโภคได้ง่าย
(ที่มา: http://copphitsanulok03.tkc.go.th/)



คุณยาย ... นั่งคัดเศษผงที่ปนเปื้อนอยู่ในข้าวที่ลงมาจากเครื่องสีข้าว เห็นแล้วก็อดสงสารไม่ได้ กลัวคุณยายเหมื่อยอ่ะ เห็นนั่งแบบนี้ ท่าเดียวแบบนี้เลย นานมากๆ พวกเราเดินไปเยี่ยมชมอะไร ต่อมิอะไรมาแล้วมากมาย ... เดินกลับมาตรงนี้ ก็ยังคงเห็นคุณยายนั่งอยู่ที่เดิม ... ท่าเดิมนี่แหล่ะ

หอกระจายข่าว ::

หอกระจายข่าว ... ผู้ใหญ่บ้าน พาเราเข้าไปชมโต๊ะทำงานสำหรับกระจายข่าวผ่านเสียงตามสาย ... ไม่บอกไม่รู้เลยนะผู้ใหญ่ว่าหอกระจายข่าวของ "บ้านเหนือรุ่งอรุณ" เนี่ย อยู่ใต้ยุ้งข้าวนี่เอง ... ผู้ใหญ่พาเดินแหวกโน้นแหวกนี่ เราก็จะพบกับตู้เครื่องเสียง และไมโครโฟน อย่างที่เห็นนี่แหล่ะ ...

สุ่มไก่ ... พิษณุโลก

สุ่มไก่ ...ฝีมือเนียบมากๆ เห็นว่า สุ่มไก่ที่เราเห็นนี้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยนะเนี่ย แต่จับความไม่ทันว่าได้รางวัลชนะเลิศจากงานอะไร ขออภัยอ่ะ! แต่สวยมากจริงๆ

กล้วยไม้ป่าพันธุ์ช้างกระ ::




คุณยาย ... เจ้าของบ้านที่ปลูกกล้วยไม้ป่าพันธุ์ช้างกระ คุณยายเป็นคนน่ารักมากๆ พวกเราก็ไปนั่งคุยกับคุณยาย ... คุณยายสาธิตวิธีการตำหมากให้พวกเราดู ตำหมากเสร็จ แถมด้วยการกรอกหมากเข้าปาก เคี้ยวให้ดูซะด้วย อิอิอิ


ถ่ายภาพและเล่าเรื่องโดย: ครูเจี๊ยบ

(วันที่ 24 - 26 มิถุนายน 2552)

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

หมู่บ้านดอนมัน จ.มหาสารคาม

ช่วงวันที่ 17 - 19 มิถุนายน 2552 ครูเจี๊ยบมีโอกาสได้เดินทางไป จ.มหาสารคาม เพื่อร่วมบรรยายเรื่อง "การจัดตั้งชุมชนนักปฏิบัติ" (CoP - Community of Practice) ซึ่งเป็นโครงการของกระทรวงไอซีที ... และนับว่าเป็นการเดินทางไปเยือนจังหวัดมหาสารคามเป็นครั้งแรก การไปทำงานในครั้งนี้ ก็ได้ไปเยี่ยมเยี่ยน "ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนมัน" ... หมู่บ้านดอนมัน หมู่ที่ 13 ตำบลขามเรียง อำเภอกันทรวิชัย จังหวัดมหาสารคามเขียวชอุ่มไปด้วยพืช ผัก สมุนไพร พืชสวนครัวตามรั้วบ้านไม่เว้นแม้แต่ที่ดินว่างเปล่าของบ้านแต่ละหลังเต็มไปด้วย ผักอีเลิด ผักแป้น ขิงข่า ตะไคร้ มะเขือหลากหลายพันธุ์ มีโรงเลี้ยงกบที่ปีนี้สามารถขยายพันธุ์ออกมาได้เป็นแสนตัว จับขายทำรายได้ให้กับชาวบ้าน แต่ชาวบ้านที่นี้ก็เน้นผลิตเพื่อบริโภคเอง หากเหลือก็จึงจะนำไปขาย ตามแนวคิดที่ว่า "กินเองเป็นหลัก ขายคนนอกเป็นรอง"



"พ่อใหญ่แห่งหมู่บ้านดอนมัน" เล่าว่า ... แต่ก่อนหมู่บ้านดอนมัน เต็มไปด้วยปัญหาเช่นเดียวกับหมู่บ้านอื่น ซึ่งปัญหาใหญ่ๆนั้นมาจากการที่ชาวบ้านขาดหลักยึดในการดำเนินชีวิต จึงกลายเป็นเพียงเหยื่อของระบบบริโภคนิยม ชาวบ้านติดเหล้า เพราะเครียดจากปัญหาการขายผลผลิตการเกษตรไม่ได้ หรือครอบครัวมีปัญหาชาวบ้านฟุ้งเฟ้อและใช้เงินเกินตัว กลายเป็นหนี้เป็นสิน ด้านการทำเกษตรชาวบ้านต้องพึ่งพาการทำเกษตรแบบใช้สารเคมี ต้องผลิตเกินตัว หลายคนมีหนี้สิน จนกระทั่งวันหนึ่ง ชาวบ้านกลุ่มหนึ่งคิดว่า อยากพัฒนาหมู่บ้านให้ดีขึ้น ประกอบกับเวลานั้นสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มีโครงการให้ทุนหมู่บ้านตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจึงเข้าร่วมโครงการ แม้ในช่วงแรกๆชาวบ้านบางส่วนยังไม่เชื่อมั่นว่าจะแก้ปัญหาได้ แต่เมื่อผู้นำชุมชนปฏิบัติตนเป็นตัวอย่างให้เห็นแล้วสามารถแก้ไขปัญหาได้จริงๆ ชาวบ้านจึงปฏิบัติตามจนทั้งหมู่บ้านสามารถรวมตัวกันได้อย่างเข้มแข็ง และเป็นชุมชนตัวอย่างที่มีคนสนใจมาศึกษา ดูงานเป็นจำนวนมาก

กิจกรรมการทำเกษตรกรรมฯ ของหมู่บ้านดอนมัน::
กิจกรรมการเพาะเห็ด


น้องๆ กำลังช่วยกันบรรจุถุงเพาะเห็ด




กิจกรรมการเลี้ยงและเพาะพันธุ์เป็ดทั้งเป็ดไข่และเป็ดเนื้อ



กิจกรรมการเลี้ยงและเพาะพันธุ์กบ


กิจกรรมการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ไก่ทั้งไก่ไข่ และไก่เนื้อ

กิจกรรมทำยาปราบศัตรูพืชจากน้ำส้มควันไม้

... น้ำส้มควันไม้ ควันที่เกิดจากการเผาถ่านในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่านเมื่อทำให้เย็นลงจนควบแน่นแล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ของเหลวที่ได้นี้เรียกว่า น้ำส้มควันไม้ มีกลิ่นไหม้ ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นกรดอะซิติกมีความเป็นกรดต่ำ มีสีน้ำตาลแกมแดง นำน้ำส้มควันไม้ที่ได้ทิ้งไว้ในภาชนะพลาสติกประมาณ 3 เดือน ในที่ร่ม ไม่สั่นสะเทือนเพื่อให้น้ำส้มควันไม้ที่ได้ตกตะกอนและแยกตัวเป็น 3 ชั้น คือ น้ำมันเบา (ลอยอยู่ผิวน้ำ)น้ำส้มไม้ และน้ำมันทาร์ (ตกตะกอนอยู่ด้านล่าง) แยกน้ำส้มควันไม้มาใช้ประโยชน์ต่อไป

ประโยชน์และการนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ประโยชน์

น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบต่างๆ มากมาย เมื่อนำไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตรจะมีคุณสมบัติ เช่น เป็นสารปรับปรุงดิน สารป้องกันกำจัดศัตรูพืช และสารเร่งการเติบโตของพืช นอกจากนี้ มีการนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรม เช่น ใช้ผลิตสารดับกลิ่นตัว ผลิตสารปรับผิวนุ่ม ใช้ผลิตยารักษาโรคผิวหนัง เป็นต้น (ที่มา: http://www.fisheries.go.th/cf-kung_krabaen/agricul1.htm)



ถ่าน ... ได้จากการเผาถ่านเพื่อทำน้ำส้มควันไม้ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการหุ้งต้มได้อีกด้วย


กิจกรรมการเลี้ยงและเพาะพันธุ์ปลาดุก


กิจกรรมการเลี้ยงและเพาะพันธุ์หมูป่าพันธุ์ผสม (หมูหลุม)


กิจกรรมทำปุ๋ยชีวภาพ

ปุ๋ยชีวภาพ ... จากขี้ควาย มีท่อพีวีซีส่งตรงเข้าไปในครัวเลย ดีจริงๆ ไม่ต้องเสียตังค์ค่าแก๊สหุงต้ม


กิจกรรมสีข้าวกล้องด้วยโรงสีของชุมชน


กิจกรรมการปลูกผักปลอดสารพิษ


พ่อใหญ่ กะ ผู้ใหญ่บ้าน เก็บพืชผักสมุนไพรให้พวกเราชมกัน ... พืชผักทุกอย่างที่เห็นนี้ เด็ดปุ๊บ! ใส่ปากเคี้ยวปั๊บ กลืนได้เลย ปลอดสารพิษ ... ครูเจี๊ยบชิมมาแล้ว ผักอะไรไม่รู้ พ่อใหญ่บอกว่าเป็นสมุนไพร จำชื่อไม่ได้ แต่รสซ่าๆ พิลึก ... ผู้ใหญ่บ้านเก็บลูกตะขบให้ชิมด้วย หวานมาก ...






* อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ "ชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงบ้านดอนมัน" (http://copmahasarakham03.tkc.go.th/)


ถ่ายภาพและเล่าเรื่องโดย : ครูเจี๊ยบ


(มิถุนายน 2552)