วันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ตลาดน้ำวัดลำพญา จ.นครปฐม

ถ่ายภาพและเล่าเรื่องโดย :: ครูเจี๊ยบ
23 พฤศจิกายน 2551


วันหยุดสุดสัปดาห์ ... อากาศเย็นสบายๆ ของช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน ขับรถออกไปเที่ยวเล่น สูดอากาศบริสุทธิ์ชานเมือง ... เช้านี้ ตื่นแต่เช้า ตั้งใจว่าจะไปเดินเที่ยวตลาดน้ำ ชมวิถีชีวิตชาวบ้านริมแม่น้ำท่าจีน ... ตลาดน้ำที่ว่านี้คือ "ตลาดน้ำวัดลำพญา" อ. บางเลน จ. นครปฐม อยู่ไม่ไกลจากบ้านเราเท่าไหร ใช้เวลาไม่เกิน 40 นาทีก็ถึงที่หมายแล้ว เราขับรถออกจากบ้านย่านประชาชื่น ใช้เส้นทางรัตนาธิเบต ขับตรงไปทางบางบัวทอง - สุพรรณบุรี ผ่านบางใหญ่ แล้วก็เลี้ยวซ้ายที่แยก "นพวงศ์" ทางไปบางเลน ขับตรงไปเรื่อยๆ ประมาณไม่เกิน 20 ก.ม. จะเห็นป้ายเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ "ตลาดน้ำวัดลำพญา" ... เราเคยมาที่ตลาดน้ำนี้แล้ว 1 ครั้ง แต่วันนั้นฝนตกเฉอะแฉะมากๆ แล้วก็หาที่จอดรถไม่ได้ ซึ่งทางเข้าตลาดน้ำฯ นี้ สามารถเข้าได้ 2 ทาง .. ครั้งแรกที่มาเราไปเข้าทางที่อยู่ก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีน ... ทางค่อนข้างเป็นหลุมเป็นบ่อมากๆ แล้วก็มีช่วงทำถนนด้วย ... คราวนี้ เราเลยตัดสินใจ ไม่เลยไปเข้าทางเดิมที่เคยเข้า ทางที่ว่านี้ หากขับรถมาตามเส้นทางที่ว่า จะเห็นป้ายแยกเข้าทางซ้ายมือเหมือนกัน ก็เลี้ยวเข้าไปเลย ระยะทางประมาณ 11 ก.ม. ถนนเส้นเล็ก แต่สภาพดีมากๆ ดีกว่าทางเข้าตรงสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนอีก

... วันนี้เราไปถึงตลาดน้ำวัดลำพญาประมาณ 9 โมงกว่าๆ ที่จอดรถมากมาย ผิดกับครั้งแรกที่แวะมาเลย เราเลือกจอดรถได้อย่างสบาย ถ้าใครสนใจจะไปเดินชมตลาด ขอแนะนำให้มาเวลาประมาณนี้ แล้วก็ขับรถเข้าไปจอดที่ลานจอดรถในโรงเรียน ถ้าได้ที่จอดรถหน้าเสาธง ใกล้ๆ ทางออกจะเยี่ยมมาก เพราะเวลาจะกลับก็สะดวกมากๆ แต่ถ้าใครจะซื้อของเยอะ ก็หาที่จอดใกล้ๆ ตลาดหน่อยก็ดี ขอบอกว่า ตลาดนี้ ของน่าซื้อเยอะมากๆ

... เดินเข้ามาตามทาง จะมีร้านขายของมากมาย เริ่มด้วยร้านขายต้นไม้ เราแวะก่อนร้านแรกเลย เห็น "ชบา" สีส้ม สวยมากๆ ต้นละ 35 บาท เราอุดหนุนมา 3 ต้น ในราคา 3 ต้น 100 บาท ... และร้านเดียวกันนี้ เจอ "กุหลาบหนู" ดอกสีชมพู ดอกสีขาว สวยงามมาก ต้นละ 40 บาท เราก็ซื้อมาอีก 3 ต้น ต่อรองราคาคุณพี่เจ้าของร้านจนได้ 3 ต้น 100 บาทเช่นกัน เพิ่งจะเดินร้านแรกก็เสียตังค์แล้ว ซื้อเสร็จก็ฝากต้นไม้เขาไว้ก่อน ขากลับจะแวะมารับ ... จากร้านขายต้นไม้ เดินต่อมาตามทางเดิน ก็จะเข้ามาถึงส่วนที่เป็นตลาดน้ำแล้วล่ะ ... โอโฮ้! อาหารคาวหวาน ผลไม้สด ผักสด และอื่นๆ ตื่นตาตื่นใจ ชวนซื้อ เพียบ!



... บริเวณตลาดน้ำวัดลำพญาจะมีลักษณะเป็นแพยาวผูกเชื่อมต่อกัน และมีเรือลอยลำเทีบท่าขายอาหาร ของหวาน ผลไม้เป็นจำนวนมาก... ส่วนหนึ่งก็จอดอยู่บริเวณส่วนกลางของแพ โดยมีทางเดินขนาบข้างสองข้างทาง ... เรืออีกส่วนหนึ่งก็ลอยลำอยู่ด้านขวาติดกับแม่น้ำท่าจีน ขายอาหารคาวหวานหลากหลายสุดจะบรรยาย เลือกซื้อกันไม่หวาดไม่ไหว เห็นอะไรก็น่าทานไปหมด เราเดินไป... ซื้อของไป หอบหิ้วเต็มไม้เต็มมือ เริ่มตั้งแต่ขนมไทยๆ ... ตามด้วยทอดมันปลากรายใส่กระทงใบตอง ... เมี่ยงคำ ... หมูสะเต๊ะ


... เดินไปเรื่อยๆ จนสุดทางจะมีร้านขายกาแฟ มีเก้าอี้นั่งสบายๆ เลย และตรงร้านขายกาแฟนี้ ก็จะมี "ท่าเรือแจว" รับจ้างพาเที่ยวแม่น้ำท่าจีนด้วยนะ ... เราก็มองหาที่นั่งที่ร้านกาแฟนี่แหล่ะ อุดหนุนกาแฟเย็น และชาดำเย็น จากนั้นก็ซื้ออาหารมาทาน ที่เห็นน่าทานมากๆ ก็ "ผัดไทยกุ้งสด" ... มีคนมาต่อคิวซื้อกันเยอะเชียวนะ รสชาติอร่อยไม่ต้องปรุง




... อิ่มหนำสำราญแล้ว ก็เดินต่อ ข้ามมาอีกแพหนึ่ง ระหว่างทางข้ามจะมีผู้คนยืนให้อาหารปลาอยู่ .. ปลาเยอะมากๆ ตัวใหญ่ๆ ทั้งนั้นเลย เราก็เลยซื้ออาหารปลาถุงละ 10 บาท 2 ถุง ถ้าเป็นขนมปังจะถุงละ 20 บาท



... ด้านในสุดของตลาดน้ำ จะพบกับ "ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะวัฒนธรรมไทย ชฎานางหุ่นกระบอก" ... เราเห็นน้องๆ นุ่มโจงกระเบนสีแดง เสื้อสีขาว กำลังเรียนรำไทย (ไม่ทราบว่าเขาเรียกว่ารำไทยแบบไหนนะ ...) บรรยากาศการเรียนดีมาก เพราะที่เรียนอยู่ริมแม่น้ำท่าจีนเลยนะ ลมเย็นสบายเลย ...



... จากบริเวณที่น้องๆ เรียนกันอยู่นั้น จะเป็นเรือนทรงไทย เดินเข้ามาตามทางเดินอันร่มรื่น จะมาพบกับเรือนเปิดโล่ง มี "หัวโขน" วางเรียงกันอยู่มากมาย และมีภาพไทยๆ ประดับฝาผนังสวยงามมาก


... เดินย้อนกลับออกมาทางซุ้มประตูเข้าศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ฯ แห่งนี้เพื่อเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง ตรงบริเวณปากทางนี้ มีแผงขายเห็ด... ชื่อร้าน "เห็ดสดลำพญา" และมีผักสดปลอดสารพิษขายด้วย ... เราก็อุดหนุนอีก ตอนนี้ข้าวของเต็มไม้เต็มมือ และถัดจากแผงขายผักสดนี้ ก็พบกับแผงขาย "กล้วยเล็บมือนาง" หวีละ 10 บาท ก็เลยอุดหนุนมา 2 หวี


... เฮ้อ! เต็มไม้เต็มมือ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแวะซื้อบัวไปปลูกที่บ้านอีก 2 กระถาง ราคา 45 บาท ต่อกระถาง สีสวยเชียว แล้วก็ซื้อดินปลูกบัวมาด้วย 3 ถุง พร้อมปุ๋ยบัวอีก 1 ถุง .... ไม่มีมือจะถือของแล้ว ขากลับออกมาต้องแวะรับต้นไม้ที่ซื้อไว้ตั้งแต่ตอนที่มาถึงตลาดอีก ... คุณพี่เจ้าของร้านต้นไม้ เตรียมใส่ถุงไว้ให้เรียบร้อย 2 ถุงใหญ่ ... คุณพี่งงเลย จะถือไปหมดไม๊เนี่ย ... เราบอก "สบายมาก หุหุหุ" เดินตัวเอียงไปเลย ....


ข้อมูลทั่วไป ::
  • ตั้งอยู่บริเวณหน้าวัดลำพญา ริมแม่น้ำนครชัยศรี (ท่าจีน) อ. บางเลน จ. นครปฐม
  • ตลาดน้ำแห่งนี้มีเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ และ วันหยุดราชการ ตั้งแต่เวลาประมาณ 06.00-17.00 น.

การเดินทางโดยรถยนต์ ::

  • เส้นทางที่ 1: สายปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ขับตรงไปจนถึงบริเวณสะพานลอยเข้าสู่ศาลายา เลี้ยวขวาขึ้นสะพาน และขับตรงไปผ่านมหาวิทยาลัยมหิดล แล้วเลี้ยวซ้ายผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอพุทธมณฑล ถึงสถานีตำรวจพุทธมณฑลแล้วให้เลี้ยวขวาขับรถตรงไปอีกประมาณ 24 กิโลเมตร ก็จะพบวัดลำพญาอยู่ทางซ้ายมือ ใช้เวลาประมาณ 45 นาที
  • เส้นทางที่ 2: สายบางบัวทอง ขับตรงไปประมาณ 10 กิโลเมตร ให้สังเกตป้ายเข้าสู่อำเภอบางเลนด้านซ้ายมือ แล้วเลี้ยวซ้ายตรงไปอีกประมาณ 20 กิโลเมตร จะพบทางแยกซ้ายมืออีกครั้ง (ก่อนข้ามสะพานแม่น้ำท่าจีน) ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 9 กิโลเมตร ก็จะพบวัดลำพญาอยู่ทางขวามือ

ที่มาของข้อมูล: เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (http://thai.tourismthailand.org/attraction/nakhonpathom-73-2689-1.html)

วันพุธที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง


ใครที่มีโอกาสได้ไปเที่ยว "เกาะสมุย" ในช่วงที่ลมฟ้าอากาศดีๆ ปราศจากพายุฝน ก็ขอแนะนำให้แบ่งปันเวลาซัก 1 วัน นั่งเรือไปเที่ยว "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง" ขอบอกว่าคุ้มค่าที่ได้ไปเยี่ยมเยียน ... แต่ถ้าใครไปช่วงเทศกาล เช่น สงกรานต์ ต้องบอกว่า โหดมันฮา! ยังไงยังงั้น นอกจากอากาศจะร้อนระอุแล้ว ผู้คนยังมืดฟ้ามัวดินอีกด้วย ...

จากการอ่านข้อมูลในเว็บไซต์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็ได้ความมาว่า "อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทอง" เป็นอุทยานแห่งชาติทางทะเลแห่งที่สอง ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2523 อยู่ห่างจากเกาะสมุยไปทางทิศตะวันตกประมาณ 20 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 63,750 ไร่ เป็นพื้นดินเพียง 50 ตารางกิโลเมตร นอกนั้นเป็นพื้นน้ำ ประกอบด้วยเกาะต่าง ๆ 42 เกาะ ส่วนมากเป็นเกาะหินปูน เกาะที่สำคัญได้แก่ เกาะวัวตาหลับ เกาะพะลวย เกาะวัวจิ๋ว เกาะแม่เกาะ เกาะสามเส้า เกาะไผ่ลวก เกาะคา เกาะหินดับ เกาะวัวกันตัง ฯลฯ หมู่เกาะนี้เดิมเป็นเขตหวงห้ามของทหารเรือ แต่ก็ได้มีราษฎรอพยพไปตั้งบ้านเรือน โดยประกอบอาชีพทำสวนมะพร้าว จับปลา และเก็บรังนก (บนเกาะมีสัมปทานรังนกนางแอ่น) การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองนี้ หากต้องการความสะดวกสบายหน่อย ก็คงต้องไปติดต่อบริษัททัวร์ที่ให้บริการนำเที่ยว ... สำหรับพลพรรคของเราที่เดินทางไปเยี่ยมเยือนครั้งหนึ่งนั้น ได้ซื้อทัวร์ของบริษัท ไฮเวย์ ทราเวล จำกัด (ถ้าจำไม่ผิด) ราคาคนละ 650 บาท รวมค่ารถรับส่ง เรือออกจากท่าเรือที่ "หน้าทอน" เวลา 08:30 น. กลับมาถึงเกาะสมุยราวๆ17:30 น. ... เป็นเรือโดยสารนั่งสบายๆ จะอาบแดด หรือ จะนั่งหลบแดดก็ได้ พวกเราเหล่าคนไทย ก็หลบแดดกันน่าดู ... แต่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินี่ซิ วิ่งเข้าใส่แดดเลย ... ดีเหมือนกัน ไม่มาแย่งที่นั่งกะพวกเรา



เราใช้เวลาเดินทางอยู่บนเรือ กลางทะเลประมาณเกือบ 2 ชั่วโมง แล้วก็มีแวะตามเกาะด้วยนะ แต่จำไม่ได้แล้วว่าแวะเกาะไหนบ้าง คือว่าครั้งสุดท้ายที่ไปเที่ยวมาเนี่ยก็นานพอสมควรแล้วล่ะ เท่าที่จำความได้เด็ดๆ เลยก็มีอยู่ 2 แห่ง คือ ทะเลใน หรือ ทะเลสาบกลางภูเขา ซึ่งอยู่บนเกาะแม่เกาะเป็นปรากฏการณ์ทางธรณีวิทยาโดยเกิดจากแอ่งหินปูนที่ยุบตัว ทะเลในมีลักษณะเป็นวงรี กว้าง 250 เมตร ยาว 350 เมตร ลึก 7 เมตร มีเนื้อที่ประมาณ 30 ไร่ ... ตอนที่เราเดินทางไปถึงทะเลในเนี่ย มีตื่นเต้นเล็กๆ เพราะต้องลงเรือหางยาวกัน เรือหางยาวก็ไม่เล็กมากนะ นั่งได้แถวละประมาณ 3 คน จำนวนแถวจำไม่ค่อยได้ว่ามีกี่แถว แต่น่าจะถึง 10 แถวล่ะ ... พอถึงฝั่ง ก็ต้องกระโดดลงน้ำเปียกปอนกันเล็กน้อย มันส์ ! จากนั้นก็ต้องเดินเท้าตามทางเดินสู่จุดชมวิวอีก 400 เมตร จะเห็นทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจของทะเลในสีเขียวมรกต เห็นปลาเข็มตัวโตๆ ด้วยนะ รวมทั้งเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามของทะเลเปิดซึ่งโอบรอบด้วยโขดเขาและแมกไม้


เกาะวัวตาหลับ เป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ด้านหน้าที่ทำการเป็นหาดทรายขาวสะอาดและใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ... เรือใหญ่ที่เรานั่งมาก็ไม่สามารถเทียบท่าใกล้กับฝั่งได้ พวกเราก็ต้องลงเรือหางยาวอีกเช่นเคย ก็สนุกไปอีกแบบนะ ... บนเกาะแห่งนี้ มี ถ้ำบัวโบก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อยรูปร่างคล้ายบัวบาน ถัดไปมีทางเดินขึ้นไปยัง จุดชมวิว บนยอดเขา ระยะทางเดินประมาณ 400 เมตร ซึ่งจะมองเห็นหมู่เกาะอ่างทองทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำสีครามเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม


สำหรับใครที่ไม่แข็งแรงพอ หรือมีโรคประจำตัว ก็ไม่ควรปีนขึ้นไปชมวิวบนเกาะวัวตาหลับนี้ เพราะหนทางที่ปีนขึ้นเขาไปจุดชมวิวนั้น ค่อนข้างหฤโหด ไม่ใช่ทางเดินสบายๆ ต้องมีการปีนป่ายไปตามหินผาด้วย แต่ถ้าใครต้องการจะปีนขึ้นไป เพราะไหนๆ ก็ไปจนถึงสถานที่นี่แล้ว แนะนำให้ลองปีนขึ้นไปที่จุดชมวิวจุดแรก ซึ่งก็พอเห็นวิวสวยงามเหมือนกัน สามารถมองรอดผ่านทิวมะพร้าว ... เห็นหาดทรายสีขาว มีเรือจอดอยู่ริมหาด ... ส่วนใครที่แข็งแรงพอก็ปีนต่อไปได้ แต่ต้องขอบอกว่าช่วงสุดท้ายของการขึ้นสู่จุดชมวิว ซู๊ดยอด! จริงๆ หน้าผาชันๆ ใครขาสั้น จะปีนยากมาก คิดถึงแล้วยังเสียวไส้อยู่เลย ปีนขึ้นไปได้ไงไม่รู้ ... แต่พอผ่านจุดนี้ขึ้นไปได้ มองลงมาด้านล่าง .... ขอบอกว่า "คุ้มจริงๆ" เพราะจะได้เห็นวิวของหมู่เกาะอ่างทองทอดตัวเรียงรายเป็นแนวยาวไปบนพื้นน้ำสีครามเป็นทัศนียภาพที่สวยงาม


ขั้นตอนที่ 4: การพิมพ์ข้อความลงบนรูปภาพ .. การที่ได้ปีนขึ้นไปยังจุดชมวิวสูงสุดของเกาะวัวตาหลับนี้ ขอบอกว่าโหด แต่คุ้มค่า เพราะจะได้นั่งดื่มด่ำกับทัศนียภาพที่งดงาม ยิ่งถ้าไปวันที่ฟ้าเปิด ท้องฟ้าสดใส ตัดกับท้องทะเลสีคราม คงหายเหนื่อยแน่นอน ... แต่วันที่เราไปนั้น ท้องฟ้าจะหม่นๆ เพราะว่ามีฝนน่ะ เสียดายจริงๆ

ถ่ายภาพและเล่าเรื่องโดย: ครูเจี๊ยบ
ที่มาข้อมูล: เว็บไซต์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย